5 เหตุการณ์สำคัญ ปฏิทินเศรษฐกิจสัปดาห์นี้

เหตุการณ์สำคัญ

5 เหตุการณ์สำคัญ ปฏิทินเศรษฐกิจสัปดาห์นี้ (18 – 22 พ.ค.)

  1. คำกล่าวของนายเพาเวลล์, ผลการประชุม FOMC

ประธานเฟด นายเจอโรม เพาเวลล์ จะให้คำกล่าวในวันพรุ่งนี้ต่อหน้าคณะกรรมการทางการคลังของวุฒิสภา ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสตีเวน มนูชิน เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าของมาตรการกระตุ้นทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่เคยได้รับการอนุมัติ

สัปดาห์ก่อนเพาเวลล์ได้ประเมินว่าภาพรวมทางเศรษฐกิจสหรัฐจะได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงระยะยาว และมีความเป็นไปได้ที่จะต้องมีการอนุมัติมาตรการเพิ่มเติมเพื่อหนุนเศรษฐกิจ

ในวันพุธนี้เฟดจะเผยแพร่ รายงานการประชุม ประจำเดือนเมษายน ซึ่งในแถลงการณ์เดือนที่แล้วเฟดระบุว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้จนเกือบถึงระดับศูนย์เช่นนี้จนกว่าสมาชิกเฟดจะ “มั่นใจว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะผ่านพ้นช่วงเวลาปัจจุบันนี้ไปได้”

  1. ข้อมูลทางเศรษฐกิจ

ข้อมูลสำคัญที่ตลาดจะจับตาในสหรัฐยังคงเป็นจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ซึ่งการทยอยเปิดเศรษฐกิจในสหรัฐได้สร้างแรงหนุนที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการจะออกมาต่ำกว่า 2.5 ล้านราย อันเป็นตัวบ่งชี้ว่าอัตราการปลดพนักงานออกเริ่มชะลอตัวลงแล้ว

สัปดาห์นี้ปฏิทินเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรค่อนข้างหนาแน่น ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขจากตลาดแรงงานสหราชอาณาจักรประจำเดือนมีนาคม ยอดค้าปลีกและอัตราเงินเฟ้อ ทว่าเนื่องจากสหราชอาณาจักรได้ประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์เมื่อสิ้นเดือนมีนาคม ดังนั้นตอนนี้จึงอาจเร็วเกินไปที่จะเห็นผลกระทบจากการระบาดต่อ ตัวเลขตลาดแรงงาน

ยอดการค้าปลีก ประจำเดือนเมษายนน่าจะลดลงอย่างน้อย 15% ส่วนราคาน้ำมันที่ทรุดตัวลงก็น่าจะกดดันให้ อัตราเงินเฟ้อ ของเดือนที่แล้วลดลงตามไปด้วย

  1. ผลประกอบการของบริษัทการค้าปลีก

แม้ว่าฤดูกาลประกาศผลประกอบการประจำไตรมาสแรกของสหรัฐใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว แต่สำหรับภาคการค้าปลีกนี่คือจุดเริ่มต้น โดย เหตุการณ์สำคัญ ในสัปดาห์นี้จะมีการายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทการค้าปลีกสหรัฐรายใหญ่ ได้แก่ Walmart (NYSE:WMT), Home Depot (NYSE:HD), Lowe’s (NYSE:LOW), Target (NYSE:TGT), Kohl’s (NYSE:KSS) และ Best Buy (NYSE:BBY)

หุ้นของ Amazon (NASDAQ:AMZN) เป็นหนึ่งในกลุ่มหุ้น “สำหรับการกักตัว” ที่ได้รับผลประโยชน์จากการล็อกดาวน์ โดยในปีนี้หุ้นได้ทะยานขึ้นมาแล้วกว่า 28%

  1. ราคาน้ำมันจะถล่มลงอีกหรือไม่

วันหมดอายุของ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ เวสท์เท็กซัสกำลังจะมาถึง และเทรดเดอร์หลายท่านมีความกังวลว่าราคาน้ำมันจะถล่มลงเหมือนเดือนที่แล้วหรือไม่สำนักงานคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ของสหรัฐอเมริกา (CFTC) ได้เตือนว่านักลงทุนควรเตรียมรับมือกับความผันผวนและราคาที่ติดลบอีกครั้ง ขณะที่การกักเก็บน้ำมันยังคงตึงตัวและภาพรวมของอุปสงค์น้ำมันโลกยังคงได้รับแรงกดดัน

ทว่าไม่นานมานี้ราคาน้ำมันได้พลิกฟื้นขึ้นท่ามกลางความคาดหวังว่าการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์จะช่วยหนุนอุปสงค์ตลาดพลังงานให้ฟื้นคืนกลับมา รวมทั้งสัญญาณจาก ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่ลดลงเป็นสัปดาห์แรกนับตั้งแต่เดือนมกราคม

ทว่าเทรดเดอร์บางคนก็ปฏิบัติตามคำเตือนของ CFTC โดยปริมาณการซื้อขายของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสำหรับการส่งมอบเดือนกรกฎาคมซึ่งจะหมดอายุในอีก 1 เดือนข้างหน้ามีราคาที่ต่ำลงแซงหน้าสัญญาส่งมอบเดือนมิถุนายนไปแล้วเกือบ 50%

  1. กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่เตรียมลดอัตราดอกเบี้ย

ธนาคารกลางตุรกีและแอฟริกาใต้ต่างก็เตรียมประชุมนโยบายทางการเงินในวันพฤหัสบดีนี้ และคาดว่าธนาคารกลางทั้งสองแห่งจะลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งแม้ว่าสกุลเงินของทั้งสองประเทศจะอ่อนค่าลงอย่างหนักก็ตาม

นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ว่าแอฟริกาใต้จะลดอัตราดอกเบี้ยลงจาก 4.25% ลงอีก 0.50 จุด

ส่วน ลิราตุรกี ก็ได้ทรุดตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในประวัติศาสตร์ แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ระดับเลขสองหลักแต่ธนาคารกลางตุรกีก็น่าจะลด อัตราดอกเบี้ยธุรกรรมซื้อคืน ลงอีก 0.50- 1.00 จุดเท่ากับ 8.75%

เนื้อหาข่าวได้รับการสนับสนุนจากสำนักข่าวรอยเตอร์

โดย Noreen Burke
Investing.com
ที่มา – https://th.investing.com/news/economy/article-20765

สมัครเปิดบัญชีเทรดกับ IC Markets

Scroll to Top