5 เหตุการณ์สำคัญ ปฏิทินเศรษฐกิจสัปดาห์นี้ (20 – 24 เม.ย.)

ปฏิทินเศรษฐกิจ

5 ประเด็นจาก ปฏิทินเศรษฐกิจ ที่คุณควรทราบก่อนเริ่มต้นสัปดาห์นี้มีดังต่อไปนี้

  1. บางรัฐในสหรัฐเริ่มผ่อนปรนมาตรการควบคุมโรคโควิด-19

ประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวไว้เมื่อวันเสาร์ว่าจะอนุญาตให้บางธุรกิจในรัฐเท็กซัสและเวอร์มอนต์เปิดทำการในวันนี้ ขณะที่ยังคงต้องปฏิบัติตามข้อควรระวังที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 อย่างเคร่งครัด
เมื่อวันเสาร์ได้มีประชาชนออกมาเดินขบวนเพื่อเรียกร้องให้ยุติมาตรการกักตัวทั่วทั้งเท็กซัส และดูเหมือนว่าทรัมป์จะสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงเหล่านั้นด้วยการโพสต์บน Twitter เมื่อวันศุกร์และปลุกระดมให้ผู้ประท้วงช่วย “ปลดแอก” รัฐมิชิแกน มินเนโซตา และเวอร์จิเนีย ที่ล้วนปกครองโดยผู้ว่าการรัฐฝั่งเดโมแครต

ทรัมป์ได้พยายามฟื้นเศรษฐกิจให้กลับคืนมาโดยเร็วที่สุด เพื่อจะได้เป็นผลดีต่อตนเองในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งต่อไปในเดือนพฤศจิกายน

ส่วนรัฐอื่น ๆ เช่น โอไฮโอ มิชิแกน เท็กซัส และฟลอริดา ได้ประกาศเป้าหมายที่จะเปิดเศรษฐกิจบางภาคส่วนประมาณวันที่ 1 พฤษภาคมหรือเร็วกว่านั้น แต่ดูเหมือนว่ายังคงมีความระมัดระวัง

รองประธานาธิบดีสหรัฐ นายไมค์ เพนซ์ ได้กล่าวไว้เมื่อวันศุกร์ว่า สหรัฐอเมริกามีความสามารถที่จะทำการทดสอบได้มากพอที่จะเปลี่ยนผ่านรัฐต่าง ๆ เข้าสู่เฟสแรกของการเปิดเศรษฐกิจ แต่ผู้ว่ารัฐต่าง ๆ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขกลับออกมาบอกว่าขณะนี้ชุดอุปกรณ์และอุปกรณ์ทดสอบยังไม่เพียงพอต่อการใช้งานเลยแม้แต่นิดเดียว

สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวนมากที่สุดในโลกโดยล่าสุดได้มียอดผู้ติดเชื้อมากกว่า 720,000 รายและผู้เสียชีวิตมากกว่า 37,000 ราย

  1. การรายงานผลประกอบการ

สัปดาห์นี้มีบริษัทต่าง ๆ จากดัชนี S&P 500 ที่จะรายงานผลประกอบการกว่าร้อยบริษัท หลังจากเมื่อวันพฤหัสบดีตลาดได้ทะยานขึ้นสู่แดนบวกและหนุนดัชนี S&P ปรับตัวขึ้น 25% จากระดับต่ำสุดในเดือนมีนาคม โดยการรายงานผลประกอบการจะประกอบไปด้วยบริษัทอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และผู้ผลิตสินค้าผู้บริโภครายใหญ่ อาทิ Netflix (NASDAQ:NFLX) ซึ่งหุ้นของบริษัทได้ทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดครั้งประวัติศาสตร์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากการใช้มาตรการกักตัวได้ส่งผลให้ความต้องการใช้บริการสตรีมมิงออนไลน์สูงขึ้นตามไปด้วย

Amazon (NASDAQ:AMZN) จะรายงานผลประกอบการในวันพฤหัสบดีนี้ และคาดว่าจะมีรายได้ในไตรมาสแรก 7.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ สูงขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว 22% ส่วนยอดขายของ Amazon ก็สูงขึ้นเรื่อย ๆ มาโดยตลอด ทว่านักวิเคราะห์จาก Bank of America กลับเชื่อว่าการระบาดครั้งนี้ได้ก่อให้เกิด “ความเปลี่ยนแปลงด้านอุปสงค์อย่างคาดไม่ถึง” ในบรรดาผู้ค้าปลีกออนไลน์

บริษัทที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักที่สุดจากการระบาด ได้แก่ Delta Air Lines (NYSE:DAL) และ Southwest Airlines (NYSE:LUV) ก็จะรายงานผลประกอบการด้วยเช่นกัน

  1. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐอาจลดลง

จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐ ในสัปดาห์นี้อาจลดลงอีกครั้ง โดยในระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมาได้มีชาวอเมริกันมากกว่า 22 ล้านรายยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานเพราะการปิดธุรกิจและโรงเรียน รวมทั้งข้อจำกัดที่เข้มงวดเกี่ยวกับการเดินทาง

ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนสหรัฐ ก็คาดว่าจะลดลง เนื่องจากข้อมูลภาคอุตสาหกรรมที่อ่อนแอและการทรุดตัวลงของภาคการผลิตน้ำมันและน้ำมันเบนซินหลังจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ดิ่งลงอย่างหนัก

นอกจากนี้ ปฏิทินเศรษฐกิจ ในสัปดาห์นี้ยังประกอบไปด้วยยอดขายบ้าน มือหนึ่ง และ มือสอง รวมทั้งดัชนี PMI ซึ่งคาดว่าน่าจะออกมาอ่อนแอมากกว่าเดิมอีกด้วย

ส่วนธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดยังอยู่ในช่วงงดออกสื่อ ล่วงหน้าก่อนการประชุมนโยบายทางการเงินครั้งต่อไปในวันที่ 29 เมษายนนี้

  1. ดัชนี PMI ฝั่งยูโรโซนคาดว่าจะย่ำแย่

ดัชนี PMI ของฝั่งยูโรโซนประจำเดือนเมษายนที่ได้ประกาศออกมาล่วงหน้าเมื่อวันพฤหัสบดีชี้ให้เห็นถึงตัวเลขที่แท้จริงที่น่าจะออกมาย่ำแย่

ดัชนี PMI โดยรวมของฝั่งยูโรโซนประจำเดือนที่แล้วซึ่งรวบข้อมูลจากภาคบริการและอุตสาหกรรมได้ดิ่งลงต่ำสุดในประวัติศาสตร์ถึง 29.7 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการเก็บข้อมูลผลสำรวจในเดือนกรกฎาคมปี 1998

นอกจากดัชนี PMI แล้วก็จะมีการรายงานดัชนีจากสถาบัน ZEW และ Ifo ของเยอรมนีด้วย

คณะรัฐมนตรีการคลังของยูโรโซนมีกำหนดการประชุมกันในันพฤหัสบดีนี้เพื่อหารือกันต่อเกี่ยวกับกองทุนของ EU เพื่อช่วยหนุนการเยียวยาทางเศรษฐกิจ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีการหยิบยกประเด็นเกี่ยวกับตราสารหนี้ร่วมของยุโรปหรือตราสารหนี้โคโรนาขึ้นมาอีกครั้ง แต่โอกาสที่ประเด็นดังกล่าวจะได้รับการเห็นชอบจากฝ่ายต่าง ๆ นั้นยังคงต่ำมาก

  1. ข้อมูลทางเศรษฐกิจจากสหราชอาณาจักร

ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาในสหราชอาณาจักรน่าจะเลวร้ายกว่าและรวดเร็วกว่าครั้งเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินทั่วโลก

ดังนั้นนักเศรษฐศาสตร์หลายท่านจึงคาดว่า ยอดค้าปลีกอังกฤษ ที่จะรายงานออกมาในวันพฤหัสบดีนี้คาดว่าจะทรุดตัวลงราว 10% แต่ตัวเลขอาจออกมาย่ำแย่กว่านี้ก็เป็นได้ และดัชนี PMI ก็คาดว่าจะชะลอตัวอย่างหนักเช่นกัน

และในสัปดาห์นี้ก็จะมีการรายงานข้อมูลเกี่ยวกับ อัตราการว่างงาน และ อัตราเงินเฟ้อ ด้วย

–เนื้อหาข่าวได้รับการสนับสนุนจากสำนักข่าวรอยเตอร์

โดย Noreen Burke
Investing.com
ที่มา – https://th.investing.com/news/economy/article-18675

สมัครเปิดบัญชีเทรดกับ IC Markets

Scroll to Top