3 ประเด็นหลักที่น่าจับตาประจำวันนี้

3 ประเด็นหลัก

ภาพรวมของ 3 ประเด็นหลัก ที่น่าสนใจประจำวันนี้มีดังต่อไปนี้

1. คาดว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานจะสูงขึ้นอย่างมหาศาลอีกครั้ง

จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ได้กลายเป็นตัวเลขสำคัญที่บ่งชี้ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้อย่างชัดเจน และจะมีกำหนดการรายงานในวันนี้ก่อนเวลาตลาดเปิด

กระทรวงแรงงานสหรัฐจะรายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในเวลา 8.30 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออก (12:30 GMT)

อ้างอิงจากผลคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ที่ Investing.com รวบรวมมา คาดว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ อาจลดลงเล็กน้อยจากสัปดาห์ก่อน แต่ยังคงมียอดราว 5.25 ล้านราย

ส่วน จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะออกมาเท่ากับ 8 ล้านคน ซึ่งเกินยอด 6 ล้านคนเมื่อปี 2009 ในช่วงวิกฤตการณ์ทางการเงิน

และเวลา 10.00 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออก มหาวิทยาลัยมิชิแกนจะเผยแพร่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นประจำเดือนเมษายน

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค คาดว่าจะลดลงเหลือ 75 จากเดือนมีนาคมที่เท่ากับ 89.1

ทว่านักเศรษฐศาสตร์หลายท่านเชื่อว่าผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในทิศทางเดียวกันกับประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เริ่มเล็งเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ในสถานการณ์ขณะนี้ ส่วน ดัชนีความคาดหวังของผู้บริโภค คาดว่าจะสูงขึ้นเป็น 88.2 จากเดือนก่อน 79.7

นอกจากนี้กระทรวงแรงงานสหรัฐก็จะรายงานตัวเลขล่าสุดของอัตราเงินเฟ้อภาคการค้าส่งด้วย ในเวลา 8:30 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออก

ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในเดือนมีนาคมคาดว่าจะลดลง 0.4% ส่วน ดัชนี PPI พื้นฐาน ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานคาดว่าจะสูงขึ้น 0.1%

ถึงกระนั้นก็ยังไม่มีใครตอบได้ว่าข้อมูลเหล่านี้จะมีความสำคัญทางเศรษฐกิจมากเท่ากับช่วงก่อนเกิดโรคระบาดหรือไม่

Justin Wolfers อาจารย์จากคณะเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมิชิแกนได้ทวีตว่า “เศรษฐกิจไม่เคยเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วขนาดนี้มาก่อน” และ “อัตราการว่างงานสูงขึ้นวันเว้นวันจากเดิมที่มีความเคลื่อนไหวปีต่อปีเท่านั้น ดังนั้นเราจึงต้องการข้อมูลชี้วัดทางเศรษฐกิจที่บ่งชี้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเศรษฐกิจบ้างในแต่ละวัน”

2. OPEC+ เตรียมประชุมกัน และคาดว่าจะสรุปการลดกำลังการผลิตน้ำมัน

คณะรัฐมนตรีด้านพลังงานจะมีกำหนดการประชุมทางวิดีโอในคืนนี้

กลุ่ม OPEC+ จะจัดการประชุมทางไกลในวันนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีการตกลงการลดการผลิตเพื่อสร้างเสถียรภาพให้แก่ตลาดน้ำมัน

สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ WTI ทะยานขึ้น 11% ในการซื้อขายช่วงครึ่งหลังของเมื่อวานนี้ หลังจากแอลจีเรียได้กระตุ้นความเชื่อมั่นของตลาดด้วยการกล่าวว่าจะต้องมีการลดกำลังการผลิตน้ำมัน “อย่างแน่นอน” ในอัตราประมาณ 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ข่าวดังกล่าวจึงเพิ่มแรงกระตุ้นในแง่บวกมากขึ้น หลังจากสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวจากรัสเซียที่ชี้ว่า รัสเซียมีแผนจะเสนอการลดกำลังการผลิตน้ำมัน 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ทั้งนี้การให้ความร่วมมือของสหรัฐก็จะเป็นกุญแจสำคัญเข่นกันว่าจะมีการสรุปข้อตกลงหรือไม่ โดยก่อนหน้านี้สหรัฐได้ส่งสัญญาณว่าจะร่วมลดกำลังการผลิตน้ำมันมากถึง 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน และจะเป็นการลดกำลังการผลิตน้ำมันเพื่อขับเคลื่อนตลาดเท่านั้น ไม่ใช่การปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด

3. นายเพาเวลล์จัดการสัมมนาผ่านเว็บไซต์

จากรายงานการประชุมประจำเดือนมีนาคมของธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดได้ระบุว่า ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดเฟดเชื่อว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะไม่ฟื้นตัวจากผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไปจนถึงปีหน้า

จากเดือนที่แล้วจนถึงวันนี้มุมมองของเฟดจะมีความเปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงใด ผู้ลงทุนสามารถรอฟังได้จากคำกล่าวของประธานเฟด นายเจอโรม เพาเวลล์ ในการสัมมนาทางเว็บไซต์ที่จัดขึ้นโดยสถาบัน Brookings ในวันนี้เวลา 10:00 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออก (14:00 GMT)

Brookings เผยว่า “พาวเวลล์จะพูดคุยเกี่ยวกับสถานะทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน การตอบสนองของเฟดต่อภาวะวิกฤตและอุปสรรคต่าง ๆ ในอนาคต ผ่านการสนทนาออนไลน์เพียงอย่างเดียว”

และเพาเวลล์จะตอบคำถามจากผู้ชมผ่านทางอีเมลและ Twitter (#COVID19Economy)

และทั้งหมดนี้คือ 3 ประเด็นหลัก ที่ต้องจับตาประจำวัน

โดย Kim Khan
Investing.com

ที่มา – https://th.investing.com/news/stock-market-news/article-18019

สมัครเปิดบัญชีเทรดกับ IC Markets

Scroll to Top