เหตุการณ์สำคัญ 5 ข้อ จากปฏิทินเศรษฐกิจสัปดาห์นี้ (10 – 14 ส.ค.)

เหตุการณ์สำคัญ

5 เหตุการณ์สำคัญ ที่คุณควรทราบก่อนเริ่มต้นสัปดาห์นี้มีดังต่อไปนี้

  1. ปัญหาซ้ำซ้อน

หลังจากสภาสหรัฐยังไม่สามารถสรุปนโยบายเยียวยาเศรษฐกิจครั้งใหม่ได้ ประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ จึงได้ลงนามออกคำสั่งพิเศษเมื่อวันเสาร์เพื่อออกมาตรการช่วยเหลือเศรษฐกิจสหรัฐอย่างเร่งด่วน

ทว่ารายละเอียดด้านงบประมาณของมาตรการดังกล่าวยังคงไม่แน่ชัด และฝั่งเดโมแครตก็ได้เตือนแล้วว่าคำสั่งดังกล่าวมีความคลุมเครือทางกฎหมายและอาจถูกคัดค้านในศาลได้

นอกจากนี้สัปดาห์ที่แล้วปธน.ทรัมป์ก็ได้ประกาศแบนบริษัทเทคโนโลยีจีนอย่าง TikTok และ Tencent เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งทำให้อนาคตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลกตกอยู่ในความเสี่ยง

นักวิเคราะห์เชื่อว่าความไม่แน่นอนจากปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้จะเป็นแรงกดดันสำคัญต่อความเชื่อมั่นในตลาดต่อไป

  1. ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า

ดอลลาร์สหรัฐ เด้งกลับขึ้นมาเมื่อวันศุกร์หลังจากตัวเลขการจ้างงานประจำเดือนกรกฎาคมได้บรรเทาความกังวลของผู้ลงทุนต่อตลาดแรงงาน แต่ก็อ่อนค่าลงมาเป็นสัปดาห์ที่เจ็ดติดต่อกันแล้ว

แม้เดือนที่แล้วตลาดแรงงานสหรัฐจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 1.76 ล้านตำแหน่ง แต่ก็ยังต่ำกว่าเมื่อเดือนมิถุนายนที่มีการจ้างงาน 4.8 ล้านตำแหน่ง

ความเชื่อมั่นในดอลลาร์สหรัฐลดลงเนื่องมาจากหลายปัจจัยรวมกัน อาทิ ยอดผู้ติดเชื้อในสหรัฐที่ยังสูงขึ้น ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง และความยืดเยื้อในการสรุปนโยบายเยียวยาเศรษฐกิจครั้งใหม่จากสภาด้วย

ทั้งนี้นักวิเคราะห์หลายท่านเชื่อว่าดอลลาร์สหรัฐจะอ่อนค่าลงไปอีกโดยเฉพาะเมื่อซื้อขายคู่กับยูโร เยน และฟรังก์สวิส

  1. ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ

ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และ ยอดค้าปลีก ของสหรัฐที่จะรายงานออกมาในวันศุกร์นี้คาดว่าจะส่งสัญญาณการฟื้นตัวจากผลกระทบของการระบาด เช่นเดียวกับ ความเชื่อมั่นผู้บริโภค เบื้องต้นประจำเดือนสิงหาคมที่น่าจะแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของเศรษฐกิจด้วย

ทางด้าน จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ก็อาจจะลดลงต่อไปอีก หลังจากประจำสัปดาห์ที่แล้วมียอดที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคมซึ่งเป็นเดือนที่มีการปลดพนักงานครั้งใหญ่จากการล็อกดาวน์

ส่วน ดัชนีราคาผู้บริโภค ในวันพุธนี้ก็เป็นที่น่าจับตา ท่ามกลางความคาดหวังว่าอัตราเงินเฟ้อจะสูงขึ้นเมื่อดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงและการขาดดุลของงบประมาณที่ขยายตัว โดยดัชนี CPI ของสหรัฐเมื่อเดือนมิถุนายนได้เด้งกลับขึ้นมาหลังจากลดลงมาสามเดือนติดต่อกัน

  1. ข้อมูลเศรษฐกิจจีน

ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ประจำเดือนที่แล้วที่จะรายงานออกมาในวันศุกร์คาดว่าจะคงตัว ส่วน ยอดการค้าปลีก ก็คาดว่าจะออกมาดีขึ้นหลังจากหดตัวลง และจะมีการรายงานการลงทุนในสินทรัพย์คงที่ ดัชนีราคาผู้บริโภคและที่อยู่อาศัย รวมทั้งข้อมูลบ่งชี้ทางการเงินและสินเชื่ออื่น ๆ ด้วย

นอกจากนี้คณะรัฐบาลอาวุโสจากสหรัฐและจีนก็จะมีกำหนดการทบทวนการปฏิบัติตามข้อตกลงทางการค้าเฟสแรกผ่านการประชุมทางวิดีโอในวันเสาร์ที่จะถึงด้วย

  1. การรายงานผลประกอบการ

การรายงานผลประกอบการประจำฤดูกาลนี้เริ่มเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย โดยวันนี้จะประกอบไปด้วยผลประกอบการของ Marriott International (NASDAQ:MAR), Occidental Petroleum (NYSE:OXY), Tilray (NASDAQ:TLRY), Canopy Growth (NYSE:CGC), SeaWorld (NYSE:SEAS) และ Barrick Gold (NYSE:GOLD) ส่วน Softbank (OTC:SFTBY) จะรายงานผลประกอบการในวันพรุ่งนี้ ตามมาด้วย Cisco Systems (NASDAQ:CSCO) และ Lyft (NASDAQ:LYFT) ในวันพุธ และ Tapestry (NYSE:TPR) กับ Applied Materials (NASDAQ:AMAT) ในวันพฤหัสบดี

เนื่องจากการรายงานผลประกอบการขององค์กรส่วนใหญ่ประจำไตรมาสที่สองเริ่มสิ้นสุดลง จะเห็นได้ว่ามีบริษัทจาก S&P 500 ราว 82% ที่มีผลประกอบการที่ดีเกินคาด โดยอ้างอิงจากข้อมูลของรอยเตอร์สพบว่าส่วนใหญ่แล้วบริษัทต่าง ๆ มีรายได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้โดยเฉลี่ย 22.5%

–เนื้อหาข่าวได้รับการสนับสนุนจากสำนักข่าวรอยเตอร์ส

ทั้งหมดนี้คือ 5 เหตุการณ์สำคัญ ที่ต้องจับตามองในรอบสัปดาห์

โดย Noreen Burke
Investing.com
ที่มา – https://th.investing.com/news/economy/article-26468

สมัครเปิดบัญชีเทรดกับ IC Markets

Scroll to Top