บทสรุป 5 ข้อภาวะการลงทุนฝั่งสหรัฐ-ยุโรปในวันนี้

ภาวะการลงทุน

บทสรุป 5 ข้อเกี่ยวกับ ภาวะการลงทุน ฝั่งสหรัฐ-ยุโรปในวันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม มีดังต่อไปนี้

1. การรายงานผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่

ในวันนี้จะมีการรายงานผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่หลังเวลาตลาดปิด

Apple (NASDAQ:AAPL), Amazon, Facebook และ Alphabet จะรายงานผลประกอบการ โดยรายได้ของทั้ง Amazon และ Alphabet น่าจะสูงขึ้นอย่างมากจากธุรกิจการโฮสต์ระบบคลาวด์ เนื่องจากการระบาดได้ส่งผลให้ทั่วโลกต้องปรับตัวเข้าสู่การทำงานผ่านระบบออนไลน์

สิ่งที่น่าจับตาไปกว่านั้นคือความคืบหน้าในธุรกิจโฆษณาของ Alphabet และ Facebook โดยเฉพาะ Facebook ที่ถูกผู้ลงโฆษณาบอยคอตต์เนื่องจากบริษัทไม่ดำเนินการเพื่อปราบปรามการให้ข้อมูลที่ผิดและการใช้คำพูดเกลียดชังที่เกิดขึ้นในแพลตฟอร์ม

2. ตัวเลข GDP และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐ

สหรัฐจะเผยตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตการณ์ทางการเงินครั้งใหญ่ในวันนี้ โดยนักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้อย่างเป็นเอกฉันท์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศจะทรุดตัวลงเมื่อเทียบเป็นรายปีราว 34%

ทางด้านจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกคาดว่าจะสูงขึ้นเป็น 1.45 ล้านรายจากสัปดาห์ที่แล้ว 1.415 ล้านราย ส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกคาดว่าจะคงเดิมที่ 16.20 ล้านราย

ข้อมูลเหล่านี้รายงานออกมาสองวันก่อนที่นโยบายเยียวยาบุคคลว่างงานภายใต้กฎหมาย CARES จะหมดอายุ โดยเสนาธิการประจำทำเนียบขาว นายมาร์ค เมโดวส์ ได้กล่าวไว้เมื่อวานนี้ว่าทั้งส.ส.ฝั่งรีพับลิกันและเดโมแครต “ยังไม่เข้าใกล้การสรุปนโยบายแม้แต่น้อย” และ “ในที่สุดนโยบายเยียวยาบุคคลว่างงานจะต้องหมดอายุลง”

3. ตลาดหุ้นเตรียมปรับตัวลง

ตลาดหุ้นสหรัฐเตรียมปรับตัวลง ย่อตัวลงจากขาขึ้นเมื่อวานนี้หลังจากได้รับแรงหนุนจากคำมั่นของเฟด

เมื่อเวลา 6:30 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออก (1030 GMT) สัญญาซื้อขายดัชนี US 30 ล่วงหน้า ติดลบ 230 จุดหรือ 0.9% สัญญาซื้อขายดัชนี US 500 ล่วงหน้า ขยับลง 0.9% และ สัญญาซื้อขายดัชนี US Tech 100 ล่วงหน้า ติดลบ 1.0%

นอกเหนือจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว ในวันนี้ก่อนเวลาตลาดเปิดจะมีการรายงานผลประกอบการของ Mastercard รวมทั้ง Procter & Gamble, Comcast, Eli Lilly และ UPS

4. ข้อมูลเศรษฐกิจจากเยอรมนีกดดันตลาดยุโรป

ตัวเลขเบื้องต้นจาก Destatis เผยว่าเศรษฐกิจเยอรมนีหดตัวลงมากกว่าที่คาดไว้ในไตรมาสที่สอง

ผลผลิตประจำไตรมาสทรุดตัวลงถึง 10.1% ย่ำแย่กว่าที่คาดไว้ว่าจะหดตัวลง 9% ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวยังอาจมีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเยอรมนียังไม่ได้เผยตัวเลขการค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม หรือตัวเลขการส่งออกอย่างเป็นทางการ

ทว่ายังมีข่าวดีจากตัวเลขการว่างงานในเยอรมนีประจำเดือนกรกฎาคมที่เมื่อปรับผลกระทบจากปัจจัยทางฤดูกาลแล้วลดลง 18,000 ราย

แต่ถึงกระนั้นความคืบหน้าดังกล่าวก็เป็นแรงกดดันแก่ตลาดหุ้น โดยดัชนี Dax ดิ่ง 2.3% ส่วนค่าเงินยูโรอ่อนค่าลง 0.3% จากระดับสูงสุดในรอบสองปีเหลือ $1.1755

5. หุ้นผู้ผลิตชิพดูสดใสหลัง Qualcomm สงบศึกกับ Huawei

หุ้น Qualcomm เตรียมเปิดตัวอย่างแข็งแกร่งหลังจากบวกขึ้นถึง 12% หลังเวลาการซื้อขาย ภายหลังจากบริษัทได้ยุติข้อพิพาทกับ Huawei และจะได้รับเงินค่าใบอนุญาตที่ค้างชำระเป็นมูลค่า 1.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ

และที่น่าประหลาดใจไปกว่านั้นคือ Qualcomm ยังเผยถึงการลงนามข้อตกลงด้านการขายระยะยาวร่วมกับ Huawei ด้วย ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวอาจตกอยู่ในความเสี่ยงหากความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีนย่ำแย่ลงไปกว่านี้

อย่างไรก็ตาม มีรายงานจาก Canalys ที่ชี้ว่า Huawei กลายเป็นบริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์ที่มียอดขายสูงสุดในโลกในช่วงครึ่งแรกของปี 2020 โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายอันมหาศาลในประเทศจีนที่ฟื้นตัวเร็วกว่า Apple กับ Samsung อย่างมาก

ทั้งหมดนี้คือบทสรุป 5 ข้อ เกี่ยวกับ ภาวะการลงทุน ฝั่งสหรัฐ-ยุโรป ประจำวันนี้

โดย Geoffrey Smith
Investing.com
ที่มา – https://th.investing.com/news/economy/article-25598

สมัครเปิดบัญชีเทรดกับ IC Markets

Scroll to Top