บทสรุป 5 ข้อภาวะการลงทุนฝั่งสหรัฐ-ยุโรปในวันนี้

ภาวะการลงทุน

บทสรุป 5 ข้อเกี่ยวกับ ภาวะการลงทุน ฝั่งสหรัฐ-ยุโรปในวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคมมีดังต่อไปนี้

1. สถานการณ์ของสหรัฐน่ากังวล หลังตลาดแรงงานและการเจรจาแผนฟื้นตัวเศรษฐกิจหยุดชะงัก

ตลาดหุ้นทั่วโลกได้รับแรงกดดันหลังมีสัญญาณว่าเศรษฐกิจสหรัฐอาจชะลอตัวลง จึงทำให้สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงปรับตัวลงและสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูงปรับตัวขึ้น

ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐแบบอายุ 10 ปีลดลงเหลือ 0.56 ซึ่งที่ผ่านมาอัตราผลตอบแทนเคยลดลงต่ำในระดับเดียวกันนี้ครั้งเดียวเมื่อเดือนเมษายน ขณะที่สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้ายังไม่สามารถทะลุแนวต้านที่ $1,900 เป็นวันที่สองติดต่อกันแล้ว

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นมาจากเมื่อคืนนี้ที่ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกสูงขึ้น และความล่าช้าของการประกาศแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของพรรครีพับลิกันครั้งต่อไป ทั้งนี้แกนนำวุฒิสมาชิก นายมิตช์ แมคคอนเนลล์เผยว่าจะมีกำหนดการเผยแพร่ในสัปดาห์หน้า

2. หุ้นจีนปรับตัวลง ทรัมป์ข่มขู่ใช้มาตรการทางการค้ากับจีน

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่กดดันสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงคือความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างจีนและสหรัฐ โดยล่าสุดจีนได้สั่งปิดสถานกงสุลสหรัฐในเมืองเฉิงตูเพื่อเป็นการตอบโต้เอาคืนหลังจากที่สหรัฐได้สั่งปิดสถานกงสุลจีนในฮิวส์ตันเมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้

ในการแถลงการณ์เมื่อวานนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ดูเหมือนว่าจะเตรียมประกาศใช้มาตรการทางการค้ากับจีนอีกครั้ง และกล่าวว่าข้อตกลงทางการค้าขั้นแรกที่ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามกันไปเมื่อช่วงต้นปีนี้ “สำหรับเขาแล้วมีความหมายน้อยลงกว่าตอนแรกที่ได้ลงนาม” เนื่องจากบทบาทของจีนที่เกี่ยวข้องกับการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา

หุ้นจีนมีปฏิกิริยาที่ย่ำแย่ต่อคำข่มขู่ของทรัมป์ โดยดัชนี CSI 300 ทรุดตัวลง 4.4% สู่ระดับต่ำสุดในรอบสามสัปดาห์ ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบสามสัปดาห์ที่ 7.0236 หยวนก่อนที่จะย่อตัวลงมาเล็กน้อย

3. ค่าเงินยูโรแตะระดับสูงสุดในรอบ 22 เดือนหลังเศรษฐกิจยุโรปส่งสัญญาณฟื้นตัว

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับหลายสกุลเงิน ทว่ามีความเป็นไปได้ที่จะอ่อนค่าลงไปอีกเมื่อเทียบกับสกุลเงินกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว

ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐทะลุแนวรับและดิ่งลงไปสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2018 ขณะที่เงินยูโรกลับเคลื่อนไหวในแดนบวกและทะลุระดับ $1.16 เป็นครั้งแรกในรอบเกือบสองปี

เงินยูโรได้รับแรงหนุนจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อทั่วภูมิภาคยุโรปที่ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด โดยดัชนี PMI ยูโรโซนของ IHS Markit ในเดือนกรกฎาคมสูงขึ้นเป็น 54.8 จากเดือนมิถนุายน 48.1 ซึ่งเป็นตัวเลขที่แสดงให้เห็น่วาเศรษฐกิจเริ่มหดตัวน้อยลงแล้วในช่วงต้นไตรมาสที่สาม

4. ตลาดหุ้นเตรียมเปิดตัวในแดนลบ การรายงานผลประกอบการยังดำเนินต่อไป

ตลาดหุ้นสหรัฐเตรียมเปิดตัวในแดนลบวันนี้และน่าจะยังได้รับแรงกดดันอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์ระหว่างสหรัฐและจีนจะดีขึ้น หรือเมื่อมีความคืบหน้าเกี่ยวกับการหารือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งต่อไป

จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานประจำสัปดาห์ที่แล้วที่ออกมาสูงขึ้น ได้ทำให้ตลาดหันมาจับตาปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภคภายในประเทศหากแผนการเยี่ยวยาผู้ว่างงานสิ้นสุดลงในสิ้นเดือนนี้

เมื่อเวลา 6:35 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออก (1035 GMT) สัญญาซื้อขายดัชนี Dow ล่วงหน้า ขยับลง 61 จุดหรือ 0.2% สัญญาซื้อขายดัชนี S&P 500 ล่วงหน้า ติดลบ 0.3% สัญญาซื้อขายดัชนี Nasdaq 100 ล่วงหน้า ขยับลง 0.9%

การรายงานผลประกอบการที่น่าจับตาในวันนี้ประกอบไปด้วยผลประกอบการของ Verizon, NextEra Energy, American Express และ Schlumberger ขณะที่ผลประกอบการของ Honeywell ที่ประกาศออกมาได้เผยผลกำไรที่สูงกว่าคาดการณ์ถึง 4%

5. ตลาดผิดหวังกับการเลื่อนออกผลิตภัณฑ์ของ Intel และภาพยนตร์ของ Disney

หุ้นของ Intel ทรุดตัวลงถึง 11.8% ในช่วงก่อนการซื้อขายหลังจากประกาศเลื่อนการผลิตชิพ 7 นาโนมิเตอร์รุ่นใหม่ออกไป

โดยทางบริษัทเผยว่าอาจไม่สามารถเริ่มต้นผลิตชิพได้จนกว่าจะถึงต้นปี 2023

จึงทำให้หุ้นของบริษัทคู่แข่งอย่าง AMD ทะยานขึ้น 5.8% ในช่วงเวลาก่อนเปิดตลาด

ทางด้านหุ้นของ Walt Disney ก็ติดลบ 1.8% หลังบริษัทประกาศเลื่อนวันฉายภาพยนตร์ Mulan รวมทั้ง Star Wars และ Avatar ภาคใหม่ด้วย

ทั้งหมดนี้คือบทสรุป 5 ข้อ เกี่ยวกับ ภาวะการลงทุน ฝั่งสหรัฐ-ยุโรป ประจำวันนี้

โดย Geoffrey Smith
Investing.com
ที่มา – https://th.investing.com/news/economy/article-25145

สมัครเปิดบัญชีเทรดกับ IC Markets

Scroll to Top