บทสรุป 5 ข้อภาวะการลงทุนฝั่งสหรัฐ-ยุโรปในวันนี้

ภาวะการลงทุน

บทสรุป 5 ข้อเกี่ยวกับ ภาวะการลงทุน ฝั่งสหรัฐ-ยุโรปในวันอังคารที่ 24 มิถุนายนมีดังต่อไปนี้

1. ยอดผู้ติดเชื้อที่พุ่งขึ้นได้เพิ่มความเสี่ยงที่จะประกาศล็อกดาวน์อีก, สหภาพยุโรปจ่อห้ามนักเดินทางที่มาจากสหรัฐ

ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่พุ่งสูงขึ้นในหลาย ๆ รัฐของสหรัฐยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่อาจมีการประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง โดยเมื่อวานนี้ทั้งเท็กซัส อริโซนา และแคลิฟอร์เนียล้วนมียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่สูงเป็นประวัติการณ์

ขณะนี้มี 29 รัฐในสหรัฐที่มีอัตราการติดเชื้อ (หรือที่เรียกว่าอัตรา R) สูงกว่า 1 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอัตราการระบาดยังคงก้าวกระโดด รวมทั้งยอดผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลก็พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก จึงถือเป็นข้อเท็จจริงที่ลบล้างคำกล่าวอ้างว่าอัตราการติดเชื้อที่สูงขึ้นเป็นสาเหตุมาจากการตรวจหาผู้ติดเชื้อมากขึ้นเพียงเท่านั้น

ส่วนฝั่งยุโรปในวันนี้ก็คาดว่าคณะรัฐมนตรีจะออกมาประกาศห้ามนักเดินทางจากสหรัฐเดินทางเข้าประเทศ

2. มนูชินแย้มเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่, การยืดเส้นตายการยื่นภาษี

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเผยว่ารัฐบาลสหรัฐกำลัง “พิจารณาอย่างจริงจัง” เกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้ง และอาจยืดเส้นตายการยื่นขอคืนภาษีประจำปี 2019 อีกครั้ง

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างอิงจากคำกล่าวของนายมนูชินในการแถลงข่าวว่า “พวกเราต้องใช้เวลาเนื่องจาก ประการแรก ยังมีงบประมาณจำนวนหนึ่งที่เรายังไม่ได้นำไปใช้ และประการที่สอง เราต้องการมั่นใจว่าสิ่งที่เราจะดำเนินการต่อจากนี้… จะมุ่งเป้าช่วยเหลือธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด”

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ได้มีการยืดเวลาการยื่นภาษีออกไปแล้วหนึ่งครั้ง จากเส้นตายเดิมในเดือนเมษายนเป็นสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้

3. ตลาดหุ้นเตรียมเปิดตัวในแดนลบ รอจับตา Winnebago

ตลาดหุ้นสหรัฐเตรียมเปิดตัวในแดนลบ หลังจากตลาดเริ่มตั้งรับสถานการณ์เมื่อยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อเวลา 6:30 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออก (1030 GMT) สัญญาซื้อขายดัชนี Dow Jones ล่วงหน้า 30 ขยับลง 270 จุดหรือ 1.0% สัญญาซื้อขายดัชนี S&P 500 ล่วงหน้าปรับตัวลง 0.9% และสัญญาซื้อขายดัชนี Nasdaq 100 ล่วงหน้าปรับตัวลง 0.6%

บริษัทที่น่าจับตาในวันนี้คือ Winnebago Industries ที่ราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นเป็นสามเท่า เนื่องจากผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะเพิ่มความต้องการใช้บริการยานพาหนะของบริษัทมากขึ้น

ทางด้านตลาดยุโรปก็ปรับตัวลงอย่างฉับพลันเช่นกัน แม้ดัชนีบรรยากาศทางธุรกิจ Ifo ของเยอรมนีจะออกมาสูงขึ้นก็ตาม โดยดัชนี Stoxx 600 ติดลบ 1.7%

4. ราคาทองคำแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 ปี

ราคาทองคำได้พุ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 ปีอีกครั้ง ภายหลังความหวาดหวั่นต่อการระบาดซ้ำระลอกสองได้ส่งผลให้ผู้ลงทุนลงเดิมพันในสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยมากขึ้น

เมื่อเวลา 6:30 น. สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าในตลาดโคเม็กซ์ดีดขึ้น 0.7% เท่ากับ $1,794.80 หลังจากแตะระดับสูงสุดเมื่อคืนนี้ที่ $1,796.10 ต่อออนซ์ โดยขาขึ้นครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่สินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูงประเภทอื่น ๆ อย่างผลตอบแทนพันธบัตรัฐบาลนั้นยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบราคา

ทั้งนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF จะเผยผลคาดการณ์เศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งหลังของวันนี้

5. ราคาน้ำมันได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19

การระบาดของโควิด-19 ครั้งใหม่ได้กดดันราคาน้ำมันให้ร่วงลงไปต่ำกว่า $40 ต่อบาร์เรล เนื่องด้วยความกังวลว่าอุปสงค์น้ำมันอาจทรุดตัวลงอีกครั้ง

เมื่อเวลา 6:30 สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ WTI ขยับลง 1.4% เท่ากับ $39.78 ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันเบรนท์ปรับตัวลง 1.0% สู่ระดับ $42.19 ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันได้รับแรงกดดันตั้งแต่ที่สถาบันปิโตรเลียมแห่งอเมริกา (API) ได้รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐที่สูงขึ้น 1.7 ล้านบาร์เรล ส่วนปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐอย่างเป็นทางการจะรายงานออกมาในวันนี้เวลา 10:30 น. และคาดว่าปริมาณน้ำมันจะสูงขึ้น 300,000 บาร์เรล

ทั้งหมดนี้คือบทสรุป 5 ข้อ เกี่ยวกับ ภาวะการลงทุน ฝั่งสหรัฐ-ยุโรป ประจำวันนี้

โดย Geoffrey Smith
Investing.com
ที่มา – https://th.investing.com/news/economy/article-23151

สมัครเปิดบัญชีเทรดกับ IC Markets

Scroll to Top