บทสรุป 5 ข้อเกี่ยวกับภาวะการลงทุนฝั่งสหรัฐ-ยุโรปในวันนี้

ภาวะการลงทุน

บทสรุป 5 ข้อเกี่ยวกับ ภาวะการลงทุน ฝั่งสหรัฐ-ยุโรปในวันพุธที่ 10 มิถุนายนมีดังต่อไปนี้

1. ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเฟด

การประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดเป็นระยะเวลาสองวันจะสิ้นสุดลงในช่วงครึ่งหลังของวันนี้ และ แถลงการณ์ การประชุมก็จะเป็นที่น่าจับตาในวันนี้

เฟดรวมทั้งกระทรวงการคลังและสภาคองเกรสต่างก็ได้อัดฉีดเงินหลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อเยียวยาธุรกิจต่าง ๆ ที่ต้องปิดตัวลงเนื่องจากพิษโควิด-19

นักวิเคราะห์จาก Nordea ระบุว่า “การประชุมครั้งนี้จะไม่มีการเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย” และ “เฟดได้ล้มเลิกแนวคิดที่จะใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบไปแล้ว และประกาศว่าช่วงอัตราดอกเบี้ยเป้าหมายจะยังคงเดิมจนกว่าเศรษฐกิจได้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตไปแล้ว และกำลังมุ่งหน้าฟื้นฟูตลาดแรงงานและเสถียรภาพของราคาผู้บริโภค ซึ่งเป้าหมายเหล่านี้เป็นเป้าหมายระยะสั้นที่เฟดตั้งไว้ในขณะนี้”

2. การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาก่อให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่รุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปี

ในวันนี้องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ได้ปรับตัวเลขคาดการณ์ผลกระทบทางเศรษฐกิจ และการปรับตัวเลขครั้งนี้เป็นไปในทิศทางที่ไม่ค่อยดีนัก

OECD ได้สรุปภาพรวมทางเศรษฐกิจว่า “เศรษฐกิจทั่วโลกได้รับผลกระทบอย่างหนัก” และกำลังมุ่งหน้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่สมัยสงครามโลกเมื่อ 100 กว่าปีมาแล้ว

“การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นอย่างเชื่องช้า และวิกฤตการณ์จะส่งผลกระทบอย่างยาวนาน อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อแรงงานกลุ่มเสี่ยงด้วย”

OECD เผยว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกในปี 2020 จะหดตัวลง 7.6% ในกรณีที่มีการระบาดเกิดขึ้นซ้ำสอง แต่หากการระบาดไม่เกิดขึ้นอีกการเติบโตทางเศรษฐกิจก็จะยังคงหดตัวลง 6% ในปีนี้

ซึ่งก็ยังถือว่าย่ำแย่กว่าตัวเลขคาดการณ์ของธนาคารโลกที่ประกาศออกมาเมื่อวันจันทร์ว่า เศรษฐกิจโลกในปี 2020 จะหดตัวลง 5.2%

3. ดัชนี CPI สหรัฐ

ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในเดือนพฤษภาคมจะมีกำหนดการรายงานในเวลา 8:30 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออก (12:30 GMT) และคาดว่าจะขยายตัวขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว แต่น่าจะหดตัวลงจากเดือนเมษายน 0.1%

ราคาผู้บริโภคโดยรวมในเดือนเมษายนได้หดตัวลง 0.8% ซึ่งเป็นการหดตัวลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สิ้นปี 2008

ดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่รวมราคาสินค้าด้านพลังงานและอาหารในเดือนพฤษภาคมคาดว่าจะสูงขึ้น 1.3% แต่คาดว่าในเดือนเมษายนจะลดลง 0.1%

ในช่วงครึ่งแรกของวันนี้ ดัชนีราคาผู้ผลิตของจีนได้ออกมาลดลง 3.7% ต่ำที่สุดในระยะเวลานานกว่า 4 ปี และหดตัวลงอย่างฉับพลันที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคมปี 2016

4. ตลาดหุ้นเตรียมเปิดตัวหลายทิศทาง, Nasdaq ทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ภาวะการลงทุน ของตลาดหุ้นสหรัฐเตรียมเปิดตัวหลายทิศทาง นำโดยดัชนี Nasdaq Composite

เมื่อเวลา 6:30 น. (1030 GMT) {{8873|สัญญาซื้อขายดัชนี Dow Jones 30 ล่วงหน้า}} ขยับลง 113 จุดหรือ 0.4% {{8839|สัญญาซื้อขายดัชนี S&P 500 ล่วงหน้า}} ติดลบ 0.3% และ สัญญาซื้อขายดัชนี Nasdaq 100 ล่วงหน้า ดีดขึ้น 0.1%

Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์เป็นวันที่สองติดต่อกันเมื่อคืนนี้ หลังจากทะลุระดับ 10,000 เป็นครั้งแรกโดยได้รับแรงหนุนจากขาขึ้นของกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี

5. ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงในวันนี้ ได้รับแรงกดดันจากตัวเลขของสถาบันปิโตรเลียมแห่งอเมริกา (API) เมื่อคืนนี้ที่ระบุปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐประจำสัปดาห์ที่สิ้นสุดก่อนวันที่ 5 มิถุนายนที่สูงขึ้น 8.4 ล้านบาร์เรล

ซึ่งต่างจากที่ตลาดคาดการณ์ไว้ว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังน่าจะลดลงไปเล็กน้อย และจึงสร้างความกังวลต่อการเกิดภาวะอุปทานเกิน

อย่างไรก็ดี ในวันนี้จะมีการรายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐรายสัปดาห์อย่างเป็นทางการในเวลา 10:30 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออก (14:30 GMT) ซึ่งคาดว่าในสัปดาห์ที่สิ้นสุดก่อนวันที่ 5 มิถุนายนจะลดลง 1.74 ล้านบาร์เรล จากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ลดลงมากกว่า 2 ล้านบาร์เรล

ส่วนปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังคาดว่าจะลดลง 71,000 บาร์เรล

เมื่อเวลา 6:30 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออก สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ WTI ติดลบ 2.7% เท่ากับ $37.89 ต่อบาร์เรล ส่วน สัญญาเบรนท์ ปรับตัวลง 2.2% สู่ระดับ $40.27 ต่อบาร์เรล

โดย Peter Nurse
Investing.com
ที่มา – https://th.investing.com/news/economy/article-22362

สมัครเปิดบัญชีเทรดกับ IC Markets

Scroll to Top