บทสรุป 5 ข้อ ภาวะการลงทุน ฝั่งสหรัฐ-ยุโรปในวันนี้

ภาวะการลงทุน

บทสรุป 5 ข้อเกี่ยวกับ ภาวะการลงทุน ฝั่งสหรัฐ-ยุโรปในวันศุกร์ที่ 11 กันยายนมีดังต่อไปนี้

1. ทรัมป์กดดัน TikTok

ประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ยกระดับการกดดัน Bytedance เจ้าของบริการสตรีมมิง TikTok ด้วยการปิดกิจการในสหรัฐหากไม่มีการทำข้อตกลงขายกิจการภายในวันที่ 15 กันยายนนี้

ปธน.ทรัมป์ได้ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์สเมื่อวานนี้ว่า “เราจะปิดกิจการของ TikTok ในประเทศของเราด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ หรือไม่ก็ต้องขายกิจการให้ได้” และ “จะไม่มีการยืดเวลาเส้นตายให้แก่ TikTok”

Bytedance ได้ออกมาตอบสนองด้วยการให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์สว่า ทางบิรษัทได้วางแผนที่จะย้ายสำนักงานใหญ่ไปที่สิงคโปร์ และลงทุนเป็นเงินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐในอีกสามปีข้างหน้า

2. สมาชิก ECB เห็นต่างกับมุมมองในแง่บวกของลาการ์ด

หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารกลางยุโรป (ECB) นายฟิลิป เลน ได้เผยอีกครั้งว่าการแข็งค่าของ เงินยูโร เป็นปัจจัยสำคัญ หนึ่งวันให้หลังจากการแถลงข่าวครั้งแรกในฤดูใบไม้ร่วงของประธานธนาคารกลางยุโรป คริสทีน ลาการ์ด

มุมมองในแง่บวกของลาการ์ด และการไม่ยอมรับกระแสการเสนอขอให้ลาการ์ดดำเนินการเพื่อทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลง ถือเป็นสิ่งที่ทำให้นักวิเคราะห์หลายท่านประหลาดใจอย่างยิ่ง แต่ก็เป็นไปตามการปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของ ECB ตลาดทั้งปีนี้ โดยความเห็นต่างของนายเลนได้ทำให้ตลาดเกิดความฉงนต่อการสื่อสารนโยบายของ ECB เนื่องจากอดีตประธาน ECB นายมาริโอ ดรากี แทบไม่เคยให้หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ออกมาอธิบายคำกล่าวของเขาหลังจากการประชุมเลย

3. ตลาดหุ้นเตรียมเปิดตัวในแดนบวก

ตลาดหุ้นสหรัฐเตรียมจบสัปดาห์ที่ผันผวนอย่างแข็งแกร่ง ผู้ลงทุนเริ่มหันไปให้ความสนใจกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ยังมีความมั่นคง

เมื่อเวลา 6:30 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออก สัญญาซื้อขายดัชนี Dow 30 ล่วงหน้าขยับขึ้น 187 จุดหรือ 0.7% สัญญาซื้อขายดัชนี S&P 500 ล่วงหน้าและสัญญาซื้อขายดัชนี Nasdaq ล่วงหน้าต่างก็บวกขึ้น 0.9%

หุ้นที่น่าสนใจในวันนี้ประกอบไปด้วย Tesla (NASDAQ:TSLA) ซึ่งมีรายงานว่าบริษัทกำลังเริ่มส่งออกรถยนต์จากโรงงานที่เซี่ยงไฮ้แทน โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่าความคืบหน้าดังกล่าวเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทอาจเริ่มอ่อนแอลง

4. เงินปอนด์ทรุดตัวลงอีกครั้งหลังจาก EU ยื่นคำขาด

เงินปอนด์อ่อนค่าลงต่อโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเงินยูโร หลังจากสหภาพยุโรปยื่นคำขาดให้สหราชอาณาจักรเพิกถอนข้อเสนอที่อาจละเมิดข้อกำหนดในข้อตกลง Brexit

โดยสหราชอาณาจักรได้ปฏิเสธการยื่นคำขาดดังกล่าวและเดินหน้ากฎหมายตลาดภายในฉบับใหม่ ซึ่งสหราชอาณาจักรเองยอมรับว่าเป็นการละเมิดกฎหมายสากล “อย่างจำกัดและเฉพาะเจาะจง”

ปอนด์สเตอร์ลิงอ่อนค่าลงต่ำสุดถึง 1.0762 เมื่อเทียบกับเงินยูโรก่อนที่จะเด้งกลับขึ้นมาเล็กน้อยอยู่ที่ 1.1802 ปรับตัวลง 0.2% โดยในสัปดาห์นี้เงินปอนด์อ่อนค่าลงมากกว่า 5% แล้วเมื่อเทียบกับเงินยูโรในสัปดาห์นี้ หลังจากนายกรัฐมนตรีอังกฤษ นายบอริส จอห์นสัน ได้ข่มขู่ที่จะยุติช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านหลัง Brexit สิ้นปีนี้ด้วยความโกลาหล

5. ราคาน้ำมันร่วงลงหลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐสูงขึ้น

ราคาน้ำมันดิบสหรัฐดิ่งลงต่ำกว่าระดับ $37 ต่อบาร์เรลเมื่อคืนนี้ก่อนที่จะพลิกฟื้นกลับมาบางส่วน หลังจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐประจำสัปดาห์ที่แล้วสูงขึ้น

ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐล่าสุดสูงขึ้น 2 ล้านบาร์เรล ยุติแนวโน้มปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐที่ลดลงอย่างต่อเนื่องมาเกือบสองเดือน

เมื่อเวลา 6:40 น. สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบสหรัฐดีดขึ้น 0.1% เท่ากับ $37.35 ต่อบาร์เรล เตรียมจบสัปดาห์ในแดนลบ ส่วนสัญญาเบรนท์ขยับลง 0.2% เท่ากับ $39.98 ต่อบาร์เรล

จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันจาก Baker Hughes จะมีกำหนดการรายงานในช่วงครึ่งหลังของวันนี้

ทั้งหมดนี้คือบทสรุป 5 ข้อ เกี่ยวกับ ภาวะการลงทุน ฝั่งสหรัฐ-ยุโรป ประจำวันนี้

โดย Geoffrey Smith
Investing.com
ที่มา – https://th.investing.com/news/economy/article-28699

สมัครเปิดบัญชีเทรดกับ IC Markets

Scroll to Top