บทสรุป 5 ข้อ ภาวะการลงทุน ฝั่งสหรัฐ-ยุโรปในวันนี้

ภาวะการลงทุน

บทสรุป 5 ข้อเกี่ยวกับ ภาวะการลงทุน ฝั่งสหรัฐ-ยุโรปในวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายนมีดังต่อไปนี้

1. ปฏิกิริยาของ ECB ต่อเงินยูโรที่แข็งค่า

ธนาคารกลางยุโรปหรือ ECB จะประชุมกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เฟดเปลี่ยนทิศทางนโยบายทางการเงินเพื่อเพิ่มความทนทานต่ออัตราเงินเฟ้อ จึงทำให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงมานับตั้งแต่นั้น และผลักดันให้ค่าเงินยูโรปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบสองปี และนักวิเคราะห์หลายท่านคาดการณ์ไว้ว่าจะทะลุไปถึงระดับ $1.25 ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

Financial Times รายงานในวันนี้ว่า ประธาน ECB คริสทีน ลาการ์ด จะกล่าวถึงอัตราการแลกเปลี่ยนในการแถลงข่าววันนี้เวลา 8:30 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออก (1230 GMT)

ทั้งนี้ลาการ์ดจะพูดโน้มน้าวเกี่ยวกับการควบคุมค่าเงินให้อ่อนค่าลงได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความสอดคล้องระหว่างคำพูดของลาการ์ดกับผลคาดการณ์ล่าสุดของ ECB เกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า ECB จะลดเป้าหมายดัชนี CPI ไปตลอดจนถึงปี 2022 และหากมีการปรับลดผลคาดการณ์ในแง่มุมใดอีกก็ตามก็จะยิ่งส่งสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นถึงความจำเป็นที่จะต้องออกแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม

2. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐ

ในวันนี้จะมีการรายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐประจำสัปดาห์ในเวลา 8:30 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออก ซึ่งในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมายอดผู้ขอรับสวัสดิการฯ แทบไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินเท่าไรนัก

ผลสำรวจตำแหน่งงานเปิดใหม่จากสำนักงานสถิติตลาดแรงงานชี้ให้เห็นถึงตำแหน่งงานใหม่ที่เพิ่มขึ้นเกินคาดและจึงบ่งบอกว่าอาจมีข่าวดีจากตลาดแรงงานก็เป็นได้ โดยผลคาดการณ์อย่างเป็นเอกฉันท์คาดว่าสัปดาห์ที่แล้วจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจะลดลงเหลือ 848,000 รายจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ 881,000 ราย ส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องคาดว่าจะลดลงเหลือ 12.925 ล้านรายจาก 13.354 ล้านราย

3. ตลาดหุ้นเตรียมเปิดตัวในแดนลบ

ตลาดหุ้นสหรัฐเตรียมปรับตัวลง ผู้ลงทุนเทขายหุ้นในอัตราที่รวดเร็วขึ้นอีกครั้งหลังหุ้นเด้งกลับขึ้นมาเมื่อวานนี้

เมื่อเวลา 6:35 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออก (1035 GMT) สัญญาซื้อขายดัชนี Dow 30 ล่วงหน้าติดลบ 160 จุดหรือ 0.6% และสัญญาซื้อขายดัชนี S&P 500 ล่วงหน้าขยับลงเล็กน้อย

สัญญาฟิวเจอร์ส Nasdaq ซึ่งมีความผันผวนมากที่สุดในตลาดเมื่อคืนนี้ก็ปรับตัวลง 0.5%

นอกจากจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานแล้ว ในวันนี้จะมีการรายงานดัชนีราคาผู้ผลิตสหรัฐประจำเดือนสิงหาคม รวมทั้งการรายงานผลประกอบการหลังเวลาตลาดปิดจาก Oracle, Peloton และ Chewy

4. กลต. จีนเข้าแทรกแซงเพื่อห้ามการเก็งกำไร

หุ้นเทคโนโลยีจีนยังคงปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องหลังจากคณะกรรมการกำกับดูแลหลักทรัพย์จีนออกมาดำเนินการเพื่อจำกัดการซื้อขายเพื่อเก็งกำไร

ดัชนี ChiNext ซึ่งเป็นดัชนีที่รวมบริษัทสตาร์ทอัพมาแรงส่วนใหญ่ของจีน ปรับตัวลงไปอีก 1.6% และทรุดตัวลงมาจากระดับราคาเมื่อต้นเดือน 10%

โดยสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า หุ้นบริษัทสตาร์ทอัพจีนกว่า 300 หุ้นร่วงลงมากกว่า 10% ซึ่งประกอบไปด้วยหุ้น 50 ที่ถูกจำกัดการซื้อขายขาลง

5. ราคาน้ำมันติดลบอีกครั้งหลังตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ

ราคาน้ำมันดิบย่อตัวลงจากขาขึ้น ท่ามกลาางความกังวลเกี่ยวกับอุปทานเกินและอุปสงค์ที่ลดลงขณะที่เศรษฐกิจโลกยังคงประสบความยากลำบากในการฟื้นตัว

ความเชื่อมั่นในตลาดน้ำมันได้รับแรงกดดันหลังจากสถาบันปิโตรเลียมแห่งอเมริกา (API) รายงานว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐประจำสัปดาห์ที่แล้วสูงขึ้นถึง 3 ล้านบาร์เรลแทนที่จะลดลงตามคาด ทั้งนี้ตัวเลขอย่างเป็นทางการจะรายงานออกมาในเวลา 10:30 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออก

เมื่อเวลา 6:30 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออก สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบสหรัฐขยับลง 1.5% เท่ากับ $37.47 ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันเบรนท์ 1.2% เท่ากับ $40.30 ต่อบาร์เรล

ทั้งหมดนี้คือบทสรุป 5 ข้อ เกี่ยวกับ ภาวะการลงทุน ฝั่งสหรัฐ-ยุโรป ประจำวันนี้

โดย Geoffrey Smith
Investing.com
ที่มา – https://th.investing.com/news/economy/article-28618

สมัครเปิดบัญชีเทรดกับ IC Markets

Scroll to Top