5 เหตุการณ์สำคัญ ปฏิทินเศรษฐกิจ สัปดาห์นี้ (30 มี.ค. – 3 เม.ย.)

ปฏิทินเศรษฐกิจ

5 ประเด็นสำคัญ ปฏิทินเศรษฐกิจ ที่คุณควรทราบก่อนเริ่มต้นสัปดาห์นี้มีดังต่อไปนี้

1.ผลกระทบในตลาดแรงงานสหรัฐ

ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรในสหรัฐ ประจำเดือนมีนาคมที่จะประกาศออกมาในสัปดาห์นี้น่าจะแสดงให้เห็นถึงผลกระทบในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจสหรัฐทรุดตัวลงมากที่สุด ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์คาดว่าการประกาศตัวเลขการจ้างงานในวันศุกร์นี้น่าจะลดลงไป 100,000 ตำแหน่ง

หากมองภาพรวมของตลาดแรงงานสหรัฐ จากตัวเลขดังกล่าวแล้ว ก็อาจทำให้แผนการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐที่สภาคองเกรสได้อนุมัติไปดูเหมือนว่าจะไม่เพียงพอ ที่จะโอบอุ้มเศรษฐกิจสหรัฐเอาไว้เสียแล้ว โดยในแผนการดังกล่าวประกอบไปด้วยการจัดตั้งกองทุนกู้ยืมมูลค่า 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐเพื่อช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด และเงินอีกจำนวนหนึ่งเพื่อแจกจ่ายให้แก่ครัวเรือนอเมริกันอีกเป็นมูลค่าสูงสุด $3,000 ต่อหนึ่งครัวเรือน

ก่อนหน้าการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรในวันศุกร์ วันพฤหัสบดีก็จะมีการประกาศ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ที่สิ้นสุดในวันที่ 28 มีนาคม ซึ่งก็น่าจะออกมาสูงขึ้นไม่แพ้สัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่มียอดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 3.28 ล้านราย

2.ทรัมป์ถอนคำมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวเร็ว

ตลาดจะจับตาความเคลื่อนไหวจากทำเนียบขาวอย่างใกล้ชิด หลังจากดูเหมือนว่าปธน.ทรัมป์จะถอนคำพูดที่ได้กล่าวไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะต้องฟื้นตัวกลับมาได้ก่อนวันอาทิตย์อีสเตอร์

ปธน.ทรัมป์กล่าวไว้เมื่อวันเสาร์ว่า เขาไม่มั่นใจว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะกลับมาเปิดทำการตามปกติได้ทันวันที่ 12 เมษายนหรือไม่ หลังจากได้มีคำสั่งปิดเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศ

ปธน.ทรัมป์มีความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากการปิดกิจการนานกว่ากำหนด ก่อนหน้านี้เขาจึงได้กล่าวโทษฝั่งเดโมแครตว่าเป็นฝ่ายที่ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐต้องเป็นอัมพาต อันเป็นการลดโอกาสที่ปธน.ทรัมป์จะได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีอีกสมัยในการเลือกตั้งครั้งต่อไปวันที่ 3 พฤศจิกายนปีนี้

3.ดัชนี PMI จากจีน

ก่อนหน้านี้ผลกำไรภาคอุตสาหกรรมจากจีนในช่วงเวลาตั้งแต่มกราคม-กุมภาพันธ์ก็ทรุดตัวลงอยู่ในระดับที่ต่ำสุดในรอบทศวรรษ และดัชนี PMI ที่จะประกาศออกมาในวันอังคารนี้ก็น่าจะแสดงให้เห็นถึงผลกระทบเชิงลบมากขึ้น และประเทศจีนก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกันกับประเทศอื่น ๆ ที่อัตราการว่างงานเริ่มสูงขึ้นแม้จะมีการเสนอเงินกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำให้แก่ธุรกิจต่าง ๆ ในประเทศก็ตาม

แม้ดูเหมือนว่าจีนจะสามารถควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาไว้ได้แล้ว แต่จีนก็ยังคงได้รับผลกระทบทางด้านอุปสงค์-อุปทานอยู่ดี เนื่องจากสหรัฐ ยุโรป และตลาดอื่น ๆ ทั่วโลกที่รับสินค้าส่งออกจากจีนยังคงมีจำนวนผู้ติดเชื้อที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ

4.ข้อมูลทางเศรษฐกิจจากยูโรโซน

ในสัปดาห์นี้จะมีการรายงานข้อมูลทางเศรษฐกิจฝั่งยูโรโซนมากมาย โดยในวันนี้จะมีการรายงาน ผลสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจ ประจำเดือนมีนาคมซึ่งจะแสดงให้เห็นว่าธุรกิจและผู้บริโภคฝั่งยูโรโซนประเมินสถานการณ์ขณะนี้ไว้อย่างไรบ้าง แม้ว่าจะมีการใช้มาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มงวดมากขึ้นหลังจากช่วงเวลาการเก็บข้อมูลของผลสำรวจก็ตาม

ราคาน้ำมันที่ทรุดตัวลงในขณะนี้บ่งบอกว่า อัตราเงินเฟ้อ ในเดือนมีนาคมก็จะลดลงเช่นกัน ส่วน ยอดค้าปลีก และ อัตราการว่างงาน ที่จะรายงานในสัปดาห์นี้เป็นของเดือนกุมภาพันธ์ จึงยังไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงผลกระทบเชิงลบอย่างเต็มรูปแบบจากมาตรการควบคุมโรค

5.สรุปไตรมาส Q1

แทบไม่มีใครที่ไม่ต้องการให้ไตรมาสนี้สิ้นสุดลงโดยเร็ว ความหวาดหวั่นต่อสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านได้อันตรธานหายไปหลังจากเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา โดยนักวิเคราะห์หลายท่านจาก JPMorgan ได้คาดการณ์ไว้ว่าเศรษฐกิจโลกในไตรมาสแรกจะหดตัวลง 12% หลังจากตลาดหุ้นทั่วโลกในไตรมาสทรุดตัวลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ รวมทั้งราคาน้ำมันที่ถล่มลงมาถึง 60% อีกด้วย

การเริ่มต้นไตรมาส Q2 อาจยังคลายความกังวลไม่ได้มากนัก เนื่องจากไวรัสโคโรนายังคงแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วทั่วโลกและทำให้เศรษฐกิจส่วนใหญ่ของโลกทุรดตัวลง ดังนั้นธนาคารหลายแห่งจึงเริ่มลดผลคาดการณ์ในไตรมาสที่สองเพื่อเตรียมรับมือกับความผันผวนที่จะเกิดขึ้นกับตลาดทางการเงิน

แต่ถึงกระนั้นตลาดทั่วโลกก็เริ่มส่งสัญญาณพลิกฟื้นและอาจจบ Q1 ได้ด้วยดี หลังจากรัฐบาลทั่วโลกได้ออกมาประกาศใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและธนาคารกลางทั่วโลกได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยและเริ่มต้นซื้อสินทรัพย์คืนอีกครั้ง ทั้งนี้ผู้ลงทุนจะต้องจับตายอดผู้ติดเชื้อต่อไปเพราะการระบาดจะเริ่มชะลอตัวลงเมื่อไรก็ไม่อาจทราบได้

–เนื้อหาข่าว ปฏิทินเศรษฐกิจ ได้รับการสนับสนุนจากสำนักข่าวรอยเตอร์

โดย Noreen Burke
Investing.com
ที่มา https://th.investing.com/news/economy/article-17334

สมัครเปิดบัญชีเทรดกับ IC Markets

Scroll to Top