ปฏิทินเศรษฐกิจ : 5 เหตุการณ์สำคัญ ในสัปดาห์นี้ (14 – 18 ก.ย.)

ปฏิทินเศรษฐกิจ

5 เหตุการณ์สำคัญจาก ปฏิทินเศรษฐกิจ ในรอบสัปดาห์ที่คุณควรทราบมีดังต่อไปนี้

  1. การประชุมเฟด

เฟดจะสิ้นสุดการประชุม นโยบายทางการเงิน เป็นเวลาสองวันในวันพุธนี้ และคาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในแถลงการณ์เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยหลังจากเดือนที่แล้วได้มีการประกาศใช้กลยุทธ์ใหม่เพื่อให้อัตราเงินเฟ้อเป็นไปตามเป้าหมายที่ 2% ซึ่งการตัดสินใจของเฟดที่จะรับมือกับอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นหมายความว่าอัตราดอกเบี้ยจะยังคงอยู่ในระดับต่ำต่อไปอีกสักระยะ

นอกจากนี้เฟดจะปรับผลคาดการณ์ทางเศรษฐกิจและภาพรวมของอัตราดอกเบี้ย หรือเป็นที่รู้จักกันในนามแผนภูมิแบบจุด ซึ่งจะรวมผลคาดการณ์ของปี 2023 เป็นครั้งแรก

เมื่อช่วงต้นเดือน ประธานเฟด นายเจอโรม เพาเวลล์ ได้กล่าวไว้ว่า แม้เฟดจะรับผิดชอบด้านนโยบายทางการเงิน แต่สมาชิกเฟดก็จะต้องให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับการออกแผนการเยียวยาเศรษฐกิจด้วย

  1. จับตายอดการค้าปลีกและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน

ก่อนหน้าแถลงการณ์ของเฟดในวันพุธนี้ สหรัฐจะรายงานยอดการค้าปลีกประจำเดือนสิงหาคม โดยผลคาดการณ์อย่างเป็นเอกฉันท์คาดว่าเมื่อเทียบเดือนต่อเดือนยอดการค้าปลีกจะสูงขึ้น 1% ซึ่งจะแสดงให้เห็นผลกระทบด้านการใช้จ่ายของผู้บริโภคภายหลังจากโครงการให้สวัสดิการผู้ว่างงานหมดอายุลงเมื่อกรกฎาคม

และจะมีการรายงาน จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐ ในวันพฤหัสบดี หลังจากสัปดาห์ที่แล้วยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐรายใหม่สูงขึ้น ส่งสัญญาณว่าการฟื้นตัวของตลาดแรงงานจากพิษโควิด-19 เริ่มชะลอตัวลง

  1. ความผันผวนของตลาดหุ้นอาจดำเนินต่อ

ผู้ลงทุนบางส่วนกังวลว่าความผันผวนของตลาดหุ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่ทำให้ Nasdaq ร่วงลงต่ำสุดถึง 10% จากระดับสูงสุดและกดดันดัชนีอื่น ๆ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเทขายครั้งใหญ่ที่เปลี่ยนทิศทางของตลาดจากขาขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหกเดือน

ทว่าผู้ลงทุนบางส่วนเชื่อว่าขาลงครั้งล่าสุดเป็นการปรับฐานที่ควรเกิดขึ้นหลังจากดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นมาห้าเดือน

นักวิเคราะห์จาก Bank of America Global Research ได้ชี้ว่า เดือนกันยายนมักเป็นเดือนที่อ่อนแอที่สุดของปี ซึ่งตลาดหุ้นจะปรับตัวขึ้นไม่ถึงครึ่งและผลตอบแทนเฉลี่ยของดัชนี S&P 500 มักอยู่ที่ติดลบ 1%

  1. Brexit fireworks

รัฐบาลสหราชอาณาจักรเตรียมเจรจากันเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยตลาดภายในประเทศในวันนี้ และแม้นายกรัฐมนตรีอังกฤษ นายบอริส จอห์นสัน จะมีสมาชิกในพรรคที่ครองเก้าอี้อยู่ 80 ที่นั่ง แต่ความไม่ลงรอยกันเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้อาจเป็นชนวนสำคัญที่จะทดสอบภาวะความเป็นผู้นำของนายจอห์นสัน

การตัดสินใจผลักดันกฎหมายฉบับนี้ที่จะฝ่าฝืนข้อตกลงการถอนตัวฉบับปัจจุบัน ซึ่งสหราชอาณาจักรยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าจะเป็นการขัดกับกฎหมายสากล อาจทำให้ข้อตกลงทางการค้าภายหลัง Brexit ได้รับผลกระทบและกระตุ้นให้สหภาพยุโรปออกมาดำเนินการทางกฎหมายก็เป็นได้

นักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley ชี้ว่าโอกาสที่สหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปจะลงเอยด้วยการทำการค้าภายใต้ข้อกำหนดขององค์การการค้าโลก (WTO) เพิ่มขึ้นจาก 25% เป็น 40%

ปอนด์สเตอร์ลิง ได้ทรุดตัวลงมาถึง 4% แล้วในเดือนนี้และอยู่ที่ $1.28

  1. ธนาคารกลางต่าง ๆ

สัปดาห์ที่แล้วธนาคารกลางยุโรประบุว่า เงินยูโร ที่แข็งค่าขึ้นยังไม่ถือเป็นปัญหา ทว่าในสัปดาห์นี้จะมีการประชุมกันอีกครั้ง เช่นเดียวกับธนาคารกลางสหราชอาณาจักรและญี่ปุ่น ซึ่งท้ายที่สุดแล้วอาจได้รับแรงกดดันให้ดำเนินรอยตามกลยุทธ์ของเฟดที่ใช้นโยบายแบบผ่ินคลายต่อไปอีกระยะ

คาดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายใด ๆ จาก ธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือ ธนาคารกลางอังกฤษ แต่ธนาคารกลางอังกฤษอาจแย้มถึงการขยายโครงการซื้อพันธบัตรเพื่อช่วยเหลือเศรษฐกิจจากพิษโควิด-19

ส่วนทางด้านธนาคารกลางญี่ปุ่นก็จะต้องเตรียมร่วมงานกับนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งน่าจะเป็นนายโยชิฮิเดะ สุกะ ผู้ซึ่งล่าสุดได้เรียกร้องให้ธนาคารกลางทำงานร่วมกับรัฐบาล และไม่เชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยที่ติดลบจะส่งผลกระทบต่อผลกำไรของธนาคารต่าง ๆ แต่อย่างใด

–เนื้อหาดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากสำนักข่าวรอยเตอร์

ทั้งหมดนี้คือ 5 เหตุการณ์สำคัญจาก ปฏิทินเศรษฐกิจ ที่ต้องจับตามองในรอบสัปดาห์

โดย Noreen Burke
Investing.com
ที่มา – https://th.investing.com/news/economy/article-28741

สมัครเปิดบัญชีเทรดกับ IC Markets

Scroll to Top